การตัดสินใจทำรากฟันเทียมทั้งปาก เป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ของความมั่นใจในการยิ้มและประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารที่ฟันปลอมแบบถอดได้ไม่สามารถให้ได้ อย่างไรก็ตาม คำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่มักสงสัยก่อนเริ่มรับการรักษาก็คือ “รากฟันเทียมจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน?” และเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้การรักษานี้คุ้มค่าและมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด บทความนี้มีคำตอบจากมุมมองทางทันตกรรมที่ทันสมัยในปี 2026 มาฝาก
อายุการใช้งานของรากฟันเทียมทั้งปาก: อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้วรากฟันเทียมทั้งปากถูกออกแบบมาให้เป็นทางเลือกในการทดแทนฟันแบบถาวร หากการผ่าตัดสำเร็จและรากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้อย่างสมบูรณ์ ตัวรากเทียม (ที่เป็นโลหะไทเทเนียม) มักจะสามารถอยู่ได้นานถึง 25 ปี หรือตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจความแตกต่างของส่วนประกอบ 2 ส่วน ดังนี้
- ตัวรากเทียม (Implant Post): คือส่วนที่ฝังอยู่ในกระดูก หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือโรคเหงือกรุนแรง มักจะอยู่ได้ตลอดอายุขัย
- ตัวฟันหรือครอบฟัน (Prosthesis): คือส่วนที่ใช้บดเคี้ยว ซึ่งอาจมีการสึกหรอตามการใช้งาน เช่นเดียวกับฟันธรรมชาติ โดยเฉลี่ยอาจต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของรากฟันเทียม
อายุการใช้งานของรากฟันเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่ส่งผลโดยตรง ดังนี้
1. สุขภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกร
รากฟันเทียมต้องการกระดูกที่แข็งแรงในการยึดเกาะ หากคนไข้มีประวัติเป็นโรคปริทันต์อักเสบ (โรคเหงือก) รุนแรง หรือมีการสูบบุหรี่จัด จะส่งผลให้กระดูกรอบรากเทียมละลายตัว และทำให้รากเทียมโยกหลุดได้ในที่สุด
2. ฝีมือและความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์
การวางตำแหน่งรากเทียมให้เหมาะสมกับทิศทางการบดเคี้ยวมีความสำคัญมาก หากวางตำแหน่งผิดพลาด จะเกิดการกระจายแรงที่ไม่สมดุล ทำให้รากเทียมรับภาระหนักเกินไปและอายุการใช้งานสั้นลง
3. พฤติกรรมการใช้งาน
การใช้ฟันกัดของแข็งมากๆ เช่น น้ำแข็ง หรือการมีพฤติกรรมนอนกัดฟันโดยไม่ใส่เฝือกสบฟันป้องกัน อาจทำให้ตัวครอบฟันแตกหรือรากเทียมเสียหายได้
3 เคล็ดลับการดูแลรากฟันเทียมให้ใช้งานได้ตลอดชีวิต
การดูแลรากฟันเทียมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัย “ความสม่ำเสมอ” เสมือนการดูแลฟันธรรมชาติของคุณเอง
- รักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด: ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ (Super Floss) หรือเครื่องพ่นน้ำ (Water Flosser) เพื่อทำความสะอาดบริเวณใต้แผงฟันปลอมที่แปรงเข้าไม่ถึง
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง: การงดสูบบุหรี่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จและการยึดติดของรากเทียมได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากช่วยให้การไหลเวียนเลือดบริเวณเหงือกดีขึ้น
- พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน: แม้จะไม่มีอาการปวด แต่การเข้าพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อขูดหินปูนและตรวจสอบความมั่นคงของรากเทียม จะช่วยให้ตรวจพบและแก้ไขปัญหาเล็กน้อยได้ก่อนที่จะบานปลาย
Dental Image Clinic ผู้มากด้วยประสบการณ์ด้านรากฟันเทียมทั้งปาก
ที่ Dental Image Clinic เราเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนรอยยิ้มใหม่ด้วยรากฟันเทียมทั้งปาก คือความหวังสำคัญของคนไข้ เราจึงมุ่งเน้นการรักษาด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงในการปักรากเทียมทุกรูปแบบ เราเลือกใช้วัสดุรากเทียมแบรนด์ชั้นนำที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Straumann, Neodent และ Osstem เพื่อให้มั่นใจในความทนทานและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยเทคโนโลยีวางแผนการรักษาแบบดิจิทัลที่แม่นยำ เพื่อให้รากฟันเทียมของคุณอยู่เคียงคู่รอยยิ้มและใช้งานได้ยาวนานตลอดชีวิตอย่างที่คุณตั้งใจ
หากคุณต้องการปรึกษาเรื่องรากฟันเทียมทั้งปาก หรือต้องการประเมินสภาพกระดูกขากรรไกรเบื้องต้น สามารถติดต่อสอบถามทีมงานมืออาชีพที่ Dental Image Clinic ได้ทุกสาขา
นัดหมาย หรือปรึกษาทันตแพทย์ฟรี

EN