การสูญเสียฟันทั้งปากไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะนอกจากจะทำให้การบดเคี้ยวอาหารเป็นเรื่องทรมานแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นใจและโครงสร้างใบหน้าที่อาจดูแก่กว่าวัยเนื่องจากกระดูกขากรรไกรเกิดการละลาย สำหรับใครที่กำลังมองหาทางออกที่มั่นคงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้ การทำรากฟันเทียมคือคำตอบที่ยั่งยืนที่สุด แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า รากฟันเทียมมีกี่แบบ และเทคนิคไหนที่เหมาะกับเราที่สุดระหว่าง All-on-4 และ All-on-6 ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
รากฟันเทียมสำหรับผู้สูญเสียฟันทั้งปากมีกี่แบบ?
ในกรณีที่ไม่มีฟันเหลืออยู่เลย หรือฟันที่เหลืออยู่ไม่สามารถรักษาไว้ได้ ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีการบูรณะฟันทั้งขากรรไกรหลักๆ ดังนี้
1. รากฟันเทียมรองรับแผงฟันปลอมแบบถอดได้ (Overdenture)
วิธีนี้จะใช้รากฟันเทียมจำนวน 2-4 ซี่ เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตัวยึด” (Locator) ให้ฟันปลอมแบบถอดได้ติดแน่นขึ้น ข้อดีคือราคาประหยัดกว่าแบบติดแน่น แต่คนไข้ยังต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดทุกวัน
2. รากฟันเทียมแบบติดแน่นทั้งขากรรไกร (Fixed Bridge on Implants)
เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนไข้ได้มากที่สุด โดยการฝังรากเทียมลงไปในตำแหน่งที่สำคัญเพื่อรองรับสะพานฟันยาวทั้งแผง วิธีนี้ให้ความรู้สึกเหมือนมีฟันธรรมชาติกลับมาจริงๆ ไม่ต้องถอดเข้าถอดออก และไม่ต้องมีฐานเหงือกปลอมพาดเพดานปากให้รำคาญใจ
เจาะลึกเทคนิค All-on-4 และ All-on-6 ต่างกันอย่างไร?
หากถามว่าการทำรากฟันเทียมมีกี่แบบ ในกลุ่มงานติดแน่น All-on-4 และ All-on-6 คือเทคนิคมาตรฐานระดับโลกที่ทันตแพทย์เลือกใช้
All-on-4: นวัตกรรมฟื้นฟูฟันฝังรากฟันเทียมเสร็จภายใน 1 วัน
เทคนิคนี้ใช้รากฟันเทียมเพียง 4 ซี่ต่อหนึ่งขากรรไกร โดยจะฝังรากเทียมคู่หลังเอียงทำมุมประมาณ 45 องศา
- เหมาะสำหรับ: คนไข้ที่มีปริมาณกระดูกขากรรไกรจำกัด หรือไม่ต้องการผ่าตัดปลูกกระดูกเพิ่ม
- จุดเด่น: เจ็บตัวน้อยกว่า พักฟื้นเร็ว และในหลายกรณีสามารถใส่ฟันชั่วคราวให้ใช้งานได้ทันทีในวันที่ผ่าตัด
All-on-6: ความมั่นคงสูงสุดเพื่อการบดเคี้ยว
เทคนิคนี้จะเพิ่มจำนวนรากฟันเทียมเป็น 6 ซี่ต่อขากรรไกร กระจายตัวรับแรงกดทั่วทั้งปาก
- เหมาะสำหรับ: คนไข้ที่มีแรงบดเคี้ยวมาก หรือมีปริมาณกระดูกเพียงพอที่จะรองรับรากเทียมจำนวนมากได้
- จุดเด่น: ให้ความมั่นคงและแข็งแรงสูงสุดในระยะยาว ลดแรงกดทับต่อรากเทียมแต่ละซี่ได้ดีกว่าแบบ 4 ซี่
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกทำรากฟันเทียม
การจะตัดสินใจว่าเทคนิคไหนดีที่สุด ทันตแพทย์จะประเมินจากปัจจัยรอบด้านผ่านการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ (CT Scan) ดังนี้
- คุณภาพและปริมาณกระดูก: หากกระดูกหนาแน่นพอ All-on-6 จะให้ความมั่นคงได้ดีกว่า แต่ถ้ากระดูกบาง All-on-4 อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าโดยไม่ต้องยกไซนัส
- งบประมาณและการดูแล: การเพิ่มจำนวนรากเทียมย่อมมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามลำดับ
- สุขภาพโดยรวม: คนไข้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการหายของแผล อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนเริ่มกระบวนการ
Dental Image Clinic คลินิกที่มากด้วยประสบการด้านรากฟันเทียม
การทำรากฟันเทียมทั้งปากต้องอาศัยทั้งทักษะความชำนาญของทันตแพทย์และการวางแผนที่แม่นยำ Dental Image Clinic พร้อมเปลี่ยนชีวิตคุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงในการทำ All-on-4 และ All-on-6 เราดูแลทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่การสแกนดิจิทัลไปจนถึงการเลือกวัสดุรากเทียมแบรนด์มาตรฐานสากล เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และใช้งานได้ยาวนานที่สุด มาร่วมเรียกคืนความสุขในการทานอาหารและรอยยิ้มที่มั่นใจไปกับเรา
อยากรู้ว่าเคสของคุณเหมาะกับ All-on-4 หรือ All-on-6? ติดต่อ Dental Image Clinic เพื่อรับการประเมินและปรึกษาฟรีจากทีมทันตแพทย์ได้แล้ววันนี้!
นัดหมาย หรือปรึกษาทันตแพทย์ฟรี

EN