การสูญเสียฟันแท้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเรื่องความสวยงาม แต่ยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบดเคี้ยว ความมั่นใจ และสุขภาพของกระดูกขากรรไกรในระยะยาว ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีรากฟันเทียมได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ทำให้มีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์สภาพช่องปากที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล หากคุณกำลังสงสัยว่ารากฟันเทียมมีกี่แบบ และแบบไหนที่เหมาะกับคุณ บทความนี้จะสรุปทุกประเภทที่นิยมใช้ในประเทศไทยมาให้ศึกษากันอย่างครบถ้วนครับ
1. แบ่งตามจำนวนซี่ฟันที่ต้องการทดแทน
ความต้องการของคนไข้แต่ละรายมีความซับซ้อนต่างกัน ทันตแพทย์จึงแบ่งประเภทการรักษาตามจำนวนฟันที่สูญเสียไปดังนี้
- รากฟันเทียมแบบเดี่ยว (Single Implant): ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไปเพียง 1 ซี่ โดยการฝังรากเทียม 1 รากเพื่อรองรับครอบฟัน 1 ซี่ ช่วยรักษาสุขภาพฟันซี่ข้างเคียงได้ดีที่สุดเพราะไม่ต้องมีการกรอแต่งฟันเหมือนการทำสะพานฟันแบบเดิม
- รากฟันเทียมหลายซี่ (Multiple Implants): ในกรณีที่สูญเสียฟันหลายซี่ติดต่อกัน ทันตแพทย์อาจใช้รากฟันเทียมเป็นหลักยึดสำหรับทำสะพานฟัน (Implant-supported Bridge) ซึ่งจะมีความแข็งแรงและมั่นคงกว่าฟันปลอมชนิดถอดได้
- รากฟันเทียมทั้งปาก (Full Arch / Full Mouth Implants): สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งขากรรไกร นิยมใช้ระบบ All-on-4, All-on-6 หรือ All-on-8 ซึ่งเป็นการฝังรากเทียมจำนวน 4-8 ซี่ต่อหนึ่งขากรรไกรเพื่อรองรับแผงฟันปลอมแบบติดแน่น ช่วยให้สามารถบดเคี้ยวและออกเสียงได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด
2. แบ่งตามระยะเวลาในการทำหัตถการ
วิวัฒนาการทางทันตกรรมทำให้ระยะเวลาการรักษาสั้นลงและแม่นยำขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก
- การปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไป (Conventional Implant): เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด โดยเริ่มจากการฝังรากเทียมลงในกระดูกและรอให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกอย่างสมบูรณ์ประมาณ 3-6 เดือน ก่อนจะทำขั้นตอนการใส่ครอบฟัน
- การฝังรากฟันเทียมทันทีหลังถอนฟัน (Immediate Implant): ทันตแพทย์จะทำการถอนฟันและฝังรากเทียมลงไปในช่องว่างเดิมทันทีในวันเดียวกัน วิธีนี้ช่วยลดจำนวนครั้งในการผ่าตัดและลดการสูญเสียมวลกระดูกจากการถอนฟันได้ดี
- รากฟันเทียมแบบพร้อมใช้งานทันที (Immediate Loaded Implant): หรือที่เรียกว่า “รากฟันเทียมในหนึ่งวัน” ซึ่งนอกจากจะฝังรากเทียมแล้ว ทันตแพทย์ยังสามารถใส่ฟันปลอมชั่วคราวให้คนไข้ใช้งานได้เกือบจะทันทีหลังผ่าตัด
3. แบ่งตามแบรนด์และวัสดุที่นิยมใช้ในไทย
ในปี 2026 วัสดุที่ใช้ทำรากฟันเทียมส่วนใหญ่ยังคงเป็นไทเทเนียม (Titanium) เนื่องจากมีความแข็งแรงและเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดีที่สุด แต่ก็มีการพัฒนาวัสดุผสมอย่าง Roxolid (ผสมเซอร์โคเนีย) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในรากที่มีขนาดเล็ก โดยแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในไทย ได้แก่
- Straumann (สวิตเซอร์แลนด์): แบรนด์ระดับพรีเมียมที่มีงานวิจัยรองรับในระยะยาว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีผิวสัมผัส SLActive ช่วยเร่งการยึดเกาะกับกระดูก ลดระยะเวลาพักฟื้น และมีอัตราความสำเร็จสูงในเคสซับซ้อน
- Neodent (สวิตเซอร์แลนด์/บราซิล): แบรนด์ในเครือ Straumann ที่ได้รับความไว้วางใจในหลายประเทศ จุดเด่นคือระบบรากที่ออกแบบให้ฝังได้มั่นคง ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และให้ความคุ้มค่าควบคู่กับมาตรฐานสากล
- Osstem (เกาหลีใต้): หนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในเอเชียและไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยระดับสูง เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างงบประมาณและประสิทธิภาพการใช้งานระยะยาว
- Dentium (เกาหลีใต้/สหรัฐอเมริกา): แบรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก มีจุดเด่นด้านการออกแบบเกลียวรากที่ช่วยให้ยึดกระดูกได้ดี รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสที่ต้องการความมั่นคงสูง พร้อมมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เลือกรากฟันเทียมแบบไหนให้คุ้มค่าและปลอดภัย?
การตัดสินใจเลือกประเภทของรากฟันเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากปัจจัยด้านมวลกระดูกขากรรไกร สุขภาพช่องปากโดยรวม และไลฟ์สไตล์ของคนไข้ การปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเอกซเรย์ประเมินสภาพกระดูกแบบ 3 มิติ จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อให้ได้แผนการรักษาที่เหมาะสมและแม่นยำ
Dental Image Clinic มอบรอยยิ้มใหม่ที่มั่นใจด้วยมาตรฐานสากล
หากคุณกำลังพิจารณาทำรากฟันเทียมและต้องการทราบว่าสภาพช่องปากของคุณเหมาะกับรากฟันเทียม และควรเลือกยี่ห้อใด Dental Image Clinic พร้อมให้บริการคุณด้วยทีมทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เราคัดสรรเฉพาะรากฟันเทียมแบรนด์มาตรฐานโลกที่ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมเทคโนโลยีการนำร่องผ่าตัดที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างนุ่มนวล แม่นยำ และปลอดภัยที่สุด เพื่อให้คุณได้ฟันชุดใหม่ที่แข็งแรงและสวยงามเป็นธรรมชาติกลับคืนมาอีกครั้ง
สนใจปรึกษาเรื่องรากฟันเทียมหรือต้องการประเมินสภาพช่องปากเบื้องต้น ติดต่อสอบถามทีมงานมืออาชีพที่ Dental Image Clinic ได้ทันที
นัดหมาย หรือปรึกษาทันตแพทย์ฟรี

EN