สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป รากฟันเทียมถือเป็นนวัตกรรมที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุดในปัจจุบัน แต่ปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ได้คือความหลากหลายของยี่ห้อในท้องตลาด การตั้งคำถามว่ารากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี จึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยี วัสดุ และระยะเวลาการยึดติดของกระดูกที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล บทความนี้จะเปรียบเทียบ 4 ยี่ห้อยอดนิยมเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เจาะลึก 4 ยี่ห้อรากฟันเทียมยอดนิยมในระดับสากล
ในวงการทันตกรรมปัจจุบัน ยี่ห้อรากฟันเทียมถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มตามประเทศผู้ผลิตและเทคโนโลยีเฉพาะตัว ดังนี้
1. Straumann (สวิตเซอร์แลนด์)
หากถามว่ารากฟันเทียมระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งคือยี่ห้อไหน คำตอบมักจะเป็น Straumann เสมอ ด้วยประวัติยาวนานและการวิจัยทางคลินิกที่มากที่สุดในโลก
- จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยีพื้นผิว SLActive ที่ช่วยให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกได้เร็วขึ้นอย่างมาก ลดเวลาการรอใส่ฟันปลอม และมีวัสดุ Roxolid ที่แข็งแรงกว่าไทเทเนียมทั่วไป
- เหมาะสำหรับ: คนไข้ที่ต้องการความรวดเร็วในการรักษา หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้แผลหายช้า
2. Neodent (บราซิล – ในเครือ Straumann Group)
นวัตกรรมจากอเมริกาใต้ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้มาตรฐานการผลิตของสวิส ทำให้ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในไทย
- จุดเด่น: ออกแบบมาให้มีความเสถียรเริ่มแรก (Primary Stability) สูงมาก แม้ในคนไข้ที่มีความหนาแน่นของกระดูกไม่มากนัก
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
3. Osstem (เกาหลีใต้)
ยี่ห้ออันดับหนึ่งจากเอเชียที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก รวมถึงได้รับมาตรฐาน FDA จากอเมริกา
- จุดเด่น: มีความหลากหลายของขนาดและรูปทรงรากเทียมที่ออกแบบมาให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของคนเอเชียโดยเฉพาะ
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าและมีความปลอดภัยสูงในราคาย่อมเยา
4. Dentium (เกาหลีใต้/สหรัฐอเมริกา)
อีกหนึ่งยี่ห้อแถวหน้าของเอเชียที่เน้นการพัฒนาดีไซน์เกลียวรากเทียมให้ฝังง่ายและลดแรงกดต่อกระดูก
- จุดเด่น: พื้นผิวผ่านกระบวนการ SLA ที่ช่วยให้เซลล์กระดูกยึดเกาะได้ดีเยี่ยม และมีความทนทานสูง
- เหมาะสำหรับ: งานบูรณะฟันทั่วไปที่ต้องการความสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน
ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกรากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี?
นอกเหนือจากชื่อเสียงของแบรนด์แล้ว ทันตแพทย์จะพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกับคนไข้เสมอ
- สภาพกระดูกขากรรไกร: หากกระดูกบางหรือน้อย อาจต้องใช้ยี่ห้อที่มีเกลียวพิเศษหรือเทคโนโลยีช่วยเร่งการยึดเกาะ
- งบประมาณและการรักษา: รากเทียมฝั่งยุโรปมักมีราคาสูงกว่าเอเชียเนื่องจากมีงานวิจัยรองรับมากกว่า แต่ยี่ห้อทางเอเชียก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเช่นกันในงานทั่วไป
- ความต้องการเรื่องเวลา: ยี่ห้อระดับไฮเอนด์มักช่วยย่นระยะเวลาการรักษาให้สั้นลงได้
การเตรียมงบประมาณและขั้นตอนเบื้องต้น
สำหรับการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการทำรากฟันเทียมแต่ละประเภท (อ้างอิงราคาตลาดปี 2025/2026) สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้
|
รายการรากฟันเทียม |
ค่ารักษาปกติ (ต่อซี่) |
ช่วงราคาโปรโมชั่น (ต่อซี่) |
|---|---|---|
|
Straumann (Premium) |
80,000.- |
60,000 – 75,000.- |
|
Neodent (Reliable) |
50,000.- |
38,000.- |
|
Osstem (Popular) |
40,000.- |
29,000.- |
|
Dentium |
40,000.- |
29,000.- |
(หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความซับซ้อนของเคส เช่น การปลูกกระดูกเพิ่มที่อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 – 30,000 บาทต่อตำแหน่ง)
เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อรอยยิ้มที่ยั่งยืนที่ Dental Image Clinic
หากคุณยังไม่แน่ใจว่ารากฟันเทียมยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับคุณ Dental Image Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสภาพช่องปากอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยี CT Scan 3 มิติ เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการวางแผนการรักษา เราคัดสรรเฉพาะรากฟันเทียมแบรนด์ชั้นนำระดับสากลที่ได้รับมาตรฐานสากล พร้อมทีมทันตแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยเปลี่ยนการสูญเสียฟันให้กลายเป็นรอยยิ้มใหม่ที่มั่นใจ มอบผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ยาวนานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณ
นัดหมาย หรือปรึกษาทันตแพทย์ฟรี

EN